แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563

โตเกียว ฝนตกแล้วไปไหน



เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมไปเที่ยวโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แล้วปรากฏว่าฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืนตลอดทริป แพลนที่จะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีคือพังทลาย แต่เราไม่ได้เสียค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรมมาเพื่อมานอนเน่าอยู่ในโรงแรมตลอดทริป การเที่ยวแบบอินดอร์คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

Summer Rain in Kyushu :: Part 2.1 :: วัด Tochoji


หลังจากฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรมแล้ว ก็ต้องออกไปข้างนอกค่ะ เพราะรู้สึกว่าโรงแรมไม่มีที่ให้รีแล็กซ์​อะไรเลย แม้แต่ห้องอาหาร (มีแค่ห้องอาหารที่ให้บริการอาหารเช้าแก่แขกที่มาพักเฉยๆ ไม่ได้ขายอาหารระหว่างวัน)​


วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

How to จองตั๋วคอน LDH ด้วยตัวเอง


หลังจากที่ LDH ออกกฎใหม่ ให้ใช้รูปถ่ายยืนยันตัวตนก่อนเข้าคอน โดยเริ่มใช้กับคอนที่เปิดจองปี 2019 เป็นต้นไป เรายังไม่รู้รายละเอียดการใช้งานเท่าไหร่ เพราะยังไม่เจอกับตัว แต่คิดว่าน่าจะต้องถ่ายรูปตอนล็อกอินเมมเบอร์ตอนจองตั๋วคอน และก่อนเข้าคอนเขาจะดูรูปนั้นเทียบกับหน้าเราว่าใช่คนเดียวกันมั้ย เพราะงั้นรูปจึงห้ามผ่านแอป ห้ามรีทัช ห้ามปรับแสงใส่ฟิลเตอร์​ใดๆ ทั้งสิ้น มันต้องออกมาน่ากลัวมากแน่ๆ

วิธีสมัครเมมเบอร์ Ticket board


บล็อกนี้แยกออกมาจากบล็อก How to จองตั๋ว​คอน​ LDH ด้วยตัวเอง​ ด้วยตัวเอง ค่ะ เพราะลองเขียนรวมกันแล้วมันอืด อาจเพราะรูปเยอะและยาวไป เลยแยกออกมาดีกว่า ถึงตอนนี้จะเปลี่ยนมาเขียนใน blogger แล้ว ไม่อืดแล้ว แต่ก็คิดว่าแยกดีกว่าค่ะ ( ̄▽ ̄;)ゞ

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

IC Card : บัตรรถไฟญี่ปุ่นแบบเติมเงิน

บัตรรถไฟญี่ปุ่นแบบเติมเงินหรือ IC Card มีหลายชื่อตามโซนที่ออกบัตร เช่น ของโตเกียวจะเป็น Suica (ออกที่สถานี JR) หรือ Pasmo (ออกที่สถานีเอกชน) โซนโอซาก้า - คันไซ จะเป็น ICOCA หรือนาโกย่าจะเป็น manaca และอีกเยอะแยะมากมาย ถึงจะหลากหลาย แต่ก็ใช้ได้ทั่วประเทศค่ะ (^_^)

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 9 : Thai Air Asia X Premium Flatbed

ถึงวันกลับแล้วค่ะ (1 กันยา 2015) สำหรับขากลับก็ยังคงเป็นสายการบิน Thai Air Asia X เหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้เป็นแบบ Premium Flatbed หรือ Business Class แบบโลว์คอสต์ค่ะ เราจองล่วงหน้าประมาณ 3 - 4 เดือน เป็นรอบเช้า ได้มาในราคาประมาณ 9,042 บาทค่ะ เราจองแยกขาไปขากลับ ขากลับต้นทางเป็นญี่ปุ่น มันเลยเป็นเรทญี่ปุ่น แล้วดันถูกกว่าเรทไทยด้วย


วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 8.2 : Keisei Skyliner + Narita Tobu Hotel Airport

จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เราเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่คามาตะตั้งแต่ช่วงสายๆ แต่ฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรมก่อน เพื่อออกไปเที่ยว และกลับไปเอากระเป๋าตอน 4 โมงเย็น


แต่เราเลทค่ะ กว่าจะกลับไปถึงโรงแรมก็น่าจะเลย 4 โมงครึ่งไปแล้ว รับกระเป๋าคืน นั่งพัก จัดของที่ซื้อมาด้วยอีกนิดหน่อย ก็ออกเดินทางสู่สถานีอุเอโนะ (Ueno) เพื่อไปขึ้น Skyliner ไปนาริตะกันค่ะ จริงๆ อยากนั่ง N'EX แต่แพงง่ะ ตั๋วเที่ยวเดียวตั้ง 3 พันกว่าเยนแน่ะ แต่ถ้าซื้อไปกลับจะเหลือแค่ 4 พันเยนเท่านั้น (เด็ก 2 พันเยน) ซึ่งเราใช้แค่เที่ยวเดียว เพราะขามาเราลงที่โอซาก้า แล้วนั่งรถไฟเข้ามาโตเกียวค่ะ

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 8.1 : Odaiba

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเที่ยว จริงๆ เรากลับอีกวันนึง แต่เพราะเป็นไฟลท์เช้า เครื่องออก 9 โมง ต้องไปล่วงหน้า 2-3 ชั่วโมงอีก เดินทางจากโตเกียวไปนาริตะก็เป็นชั่วโมงเหมือนกัน แถมเป็นพวกตื่นสายด้วย พูดง่ายๆ คือเสี่ยงตกเครื่องมากค่ะ เพราะงั้นคืนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เราจึงตัดสินใจไปนอนโรงแรมแถวๆ สนามบินกัน


วันนี้ตื่นเร็วหน่อย เพราะต้องเก็บของและเช็คเอาท์ภายใน 10 โมง เช็คเอาท์เสร็จก็ขอฝากกระเป๋าไว้กับทางโงแรมก่อน บอกเขาว่าจะมาเอาตอน 4 โมงเย็น แล้วก็ออกไปเที่ยวกัน


วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 7 : ว่าด้วยเรื่องคอน LDH และการจองตั๋วคอน

พาร์ทนี้ติ่งเต็มๆ ค่ะ อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าจุดประสงค์ในการไปญี่ปุ่นครั้งนี้จริงๆ คือการไปดูคอนเสิร์ต ซึ่งเราได้ตั๋วคอน BLUE PLANET ของ Sandaime J Soul Brothers รอบวันที่ 30 สิงหา 2015 ที่ Seibu Prince Dome ที่ไซตามะมาค่ะ จริงๆ ตั๋วนี้เราได้มาจากพี่ที่รู้จักกันอีกทีนะคะ เพราะเราจองเองไม่ได้ แต่ก็จะเขียนถึงวิธีจองที่ถูกต้องที่พี่ๆ เค้าแนะนำมา และเราพยายามจองเองแล้ว แต่จองไม่ได้ด้วยข้อจำกัดด้านที่อยู่ค่ะ


วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 5 : Go TOKYO / Sotetsu Fresa Inn Tokyo Kamata

และแล้วก็ได้เวลาบอกลาโอซาก้าเพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงค่ะ วันนี้เราก็ตื่นสายกันเหมือนเช่นเคย เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 11 โมงได้


จากสถานีชินอิมามิยะที่พวกเราพักอยู่ ขึ้นรถไฟไปลงสถานีชินโอซาก้า เพื่อขึ้นชิงกันเซ็นไปโตเกียว ครั้งนี้เรามาเพื่อขึ้นชิงกันเซ็นกันโดยเฉพาะค่ะ เนื่องจากประทับใจจากครั้งที่แล้ว คราวนี้เลยถึงกับกันเงินไว้เพื่อขึ้นชิงกันเซ็นกันเลยทีเดียว เพราะเราไม่ได้ซื้อ JR Pass ด้วยรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม จริงๆ รอบนี้อาจจะคุ้มก็ได้นะ แต่คือไม่ได้ซื้อไว้ไง T-T


รถไฟชิงกันเซ็นจากโอซาก้าไปโตเกียวยังคงเป็นสาย Tokaido เหมือนตอนไปจากนาโกย่าค่ะ เพียงแต่โอซาก้ามันจะอยู่ไกลออกมาอีก




Summer in Japan Part 4.4 : Yayoi Japan

อย่างที่เคยบอกไว้ใน Part 3.4 ว่าการมาโอซาก้ารอบนี้ เราฝากท้องมื้อเย็นไว้กับร้านกดตู้ย่านนัมบะทั้ง 2 วันค่ะ เราชอบร้านกดตู้ที่ญี่ปุ่นมากกกกก เพราะมันอร่อย ให้เยอะ และราคาย่อมเยาค่ะ




ร้านกดตู้คืออะไร?

ร้านกดตู้ก็คือร้านที่เราต้องกดซื้อคูปองอาหารที่ตู้ค่ะ ที่หน้าร้านจะมีตู้ขายคูปองอาหารอยู่ แนะนำให้เลือกเมนูอาหารให้ได้ก่อนเข้าไปซื้อที่ตู้นะคะ จะได้ไม่เสียเวลาคนอื่นที่เขาจะซื้อบ้าง ที่ตู้กระจกหน้าร้านจะมีรูปจำลองเมนูที่ขายตั้งโชว์ไว้อยู่แล้ว และข้างๆ ตู้คูปองก็มักจะมีเมนูแบบเป็นแผ่นๆ ไว้ให้ดูด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 4.3 : Fushimi Inari


จาก คินคะคุจิ ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม แล้วขึ้นบัสกลับไปสถานีเกียวโตกันก่อนค่ะ บัสจากคินคะคุจิไปสถานีเกียวโตมี 2 สาย คือ 101 กับ 205 ค่ะ ค่ารถ 230 เยนตลอดสาย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เราเจอ 205 ก่อน เลยขึ้น 205 ค่ะ

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 4.2 : Kinkaku-ji

จากตลาดนิชิกิ ข้ามถนนกลับไปอีกฝั่ง แล้วขึ้นบัสสาย 12 ไปลงที่สถานีคินคะคุจิ (金閣寺: Kinkaku-ji) ค่ารถ 230 เยนตลอดสาย จะจ่ายด้วยเงินสดหรือ IC Card ก็ได้ ตอนขึ้นให้ขึ้นประตูกลาง แล้วลงทางประตูหน้า ใครมีบัตรก็สแกนตรงประตูได้เลย ถ้าจ่ายเงินสดแต่มีเงินไม่พอดีให้แลกเงินก่อน เพราะจะไม่มีการทอนเงิน เครื่องแลกเงินก็อยู่ที่เดียวกับที่จ่ายเงินนั่นแหละค่ะ แค่เป็นคนละช่องกัน คนขับก็คอยดู คอยแนะนำให้ตลอด


ขึ้นไปก็หาที่นั่งค่ะ ที่นั่งบนรถ City Bus ญี่ปุ่นมีไม่มากนัก น่าจะพอๆกับรถเมล์ขสมก.ที่วิ่งในกรุงเทพแหละ ตรงจุดที่เรานั่งเหมือนจะเป็น priority seat ด้วย นั่งไปได้ประมาณ 10 นาทีก็มีคุณตาคนนึงขึ้นมา เราก็ลุกให้เขานั่ง คุณตาขอบคุณเราใหญ่เลย ก็ห้อยโหนอยู่บนรถไปหลายสิบนาทีเหมือนกัน คุณตาถึงลุกขึ้นเพื่อลงรถ แถมยังมาสะกิดให้เรากลับไปนั่งด้วย แต่ยังไม่ทันได้นั่งก็โดนคนหนุ่มสาวฉกที่นั่งไปซะก่อน ฮึ่มมมมมมม ฉันก็เมื่อยเป็นนะเฮ้ย สุดท้ายก็ห้อยโหนต่อไปอีกหลายสิบนาทีจนกระทั่งถึงป้ายคินคะคุจิ จากตลาดนิชิกิที่อยู่ห่างจากสถานีเกียวโตไม่มากนักมาที่นี่ก็ไกลเอาเรื่องเหมือนกันนะ เป็นชั่วโมงได้เลยมั้ง



วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 4.1 : Go KYOTO

หลังจากวันแรกที่เราไปทัวร์โอซาก้ากันแล้ว วันที่ 2 คือวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่คันไซกันเต็มๆวัน วันนี้เราจะไปเกียวโตกันค่ะ ถึงจะเขียนว่าเรา แต่เราก็ไปแค่คนเดียว ยังคงแยกกันเที่ยวกับเพื่อนเหมือนเดิม วันนี้เริ่มเหนื่อย ไม่อเลิร์ทเท่าวันแรก แต่ก็เริ่มออกเดินทางประมาณ 10 โมงกว่าเหมือนกัน และเหมือนวันนี้จะออกเร็วกว่าด้วย โลเคชั่นที่เล็งๆไว้ก็มีตลาดนิชิกิ ฟุชิมิอินาริ และวัดทองคินคะคุจิ วันนี้ก็เหมือนๆเดิมแหละค่ะ ยังคงเป็นทริปที่ไม่ได้ทำการบ้านมามากนัก เน้นไปตายเอาดาบหน้าเหมือนเดิม


เริ่มต้นที่สถานี JR ชินอิมามิยะ (JR Shin-Imamiya) ที่อยู่รวมๆกับนันไค ซื้อตั๋วไปสถานีโอซาก้าก่อน ราคา 180 เยน ใน Google Map บอกให้ขึ้น Osaka Loop Line ไป แต่เอาเข้าจริง รถที่มาดันเป็น Yamatoji Rapid Service ขึ้นได้เหมือนกันค่ะ เราก็ขึ้นขบวนนี้ไป




วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 3.4 : Namba Parks / Glico Sign / Dotonbori

กลับมานัมบะกันอีกรอบค่ะ มาหาอะไรกินเหมือนเดิม เนื่องจากเรากับเพื่อนแยกกันเที่ยวตลอดทริป เลยคิดว่าควรจะมีกิจกรรมร่วมกันบ้าง อย่างน้อยไปกินข้าวเย็นด้วยกันก็ยังดี เพราะเพื่อนเราไปไกลและกลับช้า เลยนัดกันที่นัมบะประมาณ 2 ทุ่มค่ะ ส่วนตัวเราที่กลับจากเอ็กซ์โปพาร์คมาก่อนเวลานัดประมาณ 1 ชม. ก็แวะกลับไปชาร์จแบตให้ตัวเองกับมือถือที่โรงแรมก่อน แล้วค่อยออกไปอีกทีตอน 2 ทุ่ม


มาถึงสถานีนัมบะตอน 2 ทุ่ม เพื่อนก็ยังกลับมาไม่ถึง เลยไปเดินเล่นนัมบะพาร์ครอไปก่อนค่ะ นัมบะพาร์ค (Namba Parks) คือพื้นที่สำนักงานและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ อยู่ติดกับสถานีรถไฟนันไคนัมบะ ประกอบด้วยโซนร้านค้าสำหรับช็อปปิ้ง ร้านอาหาร ตึก Parks Tower ที่เป็นอาคารสำนักงานสูง 30 ชั้น และสวนบนตึก Parks Garden ที่ไล่เรื่อยจากชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 9


วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 6 : Tokyo SKYTREE

วันแรกที่โตเกียว วันเดียวที่จะได้เที่ยวเต็มๆวัน แว้บไปติ่งที่นากะเมกุโระก่อนค่ะ จากตอนก่อนนู้นที่ตัดสินใจออกจาก EXILE TRIBE STATION ที่โอซาก้าแบบมือเปล่า เพื่อมาซื้อที่โตเกียวทีเดียว พาร์ทสกายทรีอยู่ข้างล่างนะคะ เลื่อนลงไปได้เลยค่ะ เราขอระบายความระทมจากการติ่งแป๊บ


วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 3.3 : Bampaku-kinen-kouen

บัมพาคุคิเน็นโคเอ็ง (万博記念公園: Bampaku-kinen-kouen) หรือ Expo Park นี้ เคยเป็นสถานที่จัดงาน Expo '70 ซึ่งเป็นงาน World Expo ประจำปี 1970 ค่ะ สวนนี้กินพื้นที่ถึง 2.64 ตารางกิโลเมตร ภายในสวนประกอบด้วยสวนรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์และสนามกีฬา


สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีบัมพาคุคิเน็นโคเอ็ง ของรถไฟ Osaka Monorail ค่ะ แต่ก็เดินไกลเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน


วิธีไปจากนัมบะค่อนข้างหลากหลาย เสิร์ช Google Map เลยค่ะ แล้วเลือกเส้นทางตามสะดวก จังหวะของเรามาลงที่เส้นนี้พอดี และเหมือนจะเป็นเส้นทางที่แพงที่สุดด้วย ค่ารถไฟรวม 710 เยน

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 3.2 : Namba / Kani Doraku

ถึงแล้วค่ะ นัมบะ นั่งนันไคจากสึมิโยชิไทฉะมาประมาณ 10 นาที (ไม่รวมเวลารอรถ) ค่าเสียหาย 210 เยน ย่านนัมบะเป็นย่านช็อปปิ้งขนาดใหญ่ของโอซาก้า รวมไปถึงย่านโดทงโบริที่เราพอคุ้นชื่อกันก็อยู่ใกล้ๆ กันนี่แหละ จริงๆ โดทงโบริมันคือชื่อคลองที่พาดผ่านย่านนัมบะนั่นหละนะ



วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 3.1: Sumiyoshi Taisha

วันแรกเราจะเที่ยวที่โอซาก้าก่อนค่ะ หลังจากที่มาถึงโอซาก้าดึก กว่าจะได้นอนก็ล่อไปตี 4 กว่าจะตื่นก็เกือบ 10 โมง สายกว่าที่ตั้งใจไว้ มาครั้งนี้แพลนไม่ค่อยแน่นอนค่ะ เหมือนหาข้อมูลไว้คร่าวๆ ว่าที่ไหนน่าไป แต่จะมาตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายว่าจะไปดีมั้ย





โอเคค่ะ เริ่ม!

มาเที่ยววันแรก ไปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนค่ะ เท่าที่หาข้อมูลมา ศาลเจ้าที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คงจะเป็นศาลเจ้าสึมิโยชิ หรือสึมิโยชิไทฉะนี่แหละ (住吉大社: Sumiyoshi Taisha) สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถไฟ Nankai ไปลงที่สถานีสึมิโยชิไทฉะ หรือขึ้นรถราง Hankai ไปลงที่สถานีสึมิโยชิโทริอิมาเอะ (住吉鳥居前: Sumiyoshitorii-mae) ซึ่งรถรางจะใกล้กว่า คือลงจากรถแล้วก็เดินเข้าศาลเจ้าได้เลย



วันนี้อากาศดี แดดดี แต่ไม่ทำลายล้างแบบแดดบ้านเรา อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว ช่วงปลายสิงหาที่ญี่ปุ่นยังเป็นฤดูร้อนอยู่นะคะ แต่ก็ปลายๆแล้วหละ อาจจะมีฝนมีพายุบ้าง ระวังให้ดี แต่เราโชคดีที่มาหลังจากพายุสงบลงพอดีค่ะ


เราเริ่มต้นที่สถานีชินอิมามิยะ เป็นจุดที่ดีทีเดียวนะ มีรถไฟ JR ผ่าน มี Nankai ผ่าน มีรถไฟใต้ดินผ่าน และ มีรถรางผ่าน คีย์เวิร์ดมันอยู่ตรง รถราง ค่ะ คือบ้านเราไม่มี ญี่ปุ่นก็มีไม่มาก เราไม่เคยขึ้น เราอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง เพราะงั้น เรา ต้อง ขึ้น


โชคดีที่ศาลเจ้าสึมิโยชิอยู่ตรงเส้นที่รถรางผ่านพอดี เลยได้ขึ้นสมใจ สถานีรถรางตรงนี้มีชื่อว่า ชินอิมามิยะเอขิมาเอะ (新今宮駅前: Shin-Imamiya-Ekimae) อยู่ห่างออกมาจากสถานีรถไฟนิดหน่อย



วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559

Summer in Japan Part 2.3 : Hotel Shinimamiya

สำหรับโรงแรมที่โอซาก้านี้ เราจองห้องพักที่ Hotel Shinimamiya จาก Booking.com กันเหมือนเดิมค่ะ ห้องพักแบบแคปซูลส่วนตัวสำหรับ 2 คน 3 คืน ราคา 11,400 เยน จ่ายเงินเมื่อเข้าพัก ยกเลิกได้ฟรีภายในวันที่กำหนด


เรามาถึงโรงแรมกันประมาณเกือบๆตีสาม ตรงไปทำพิธีเช็คอินที่ล็อบบี้ เจ้าหน้าที่ผู้ชายพูดภาษาอังกฤษได้ดีทีเดียวค่ะ


ห้องพักของเราเป็นแบบใช้ห้องน้ำรวมค่ะ เราพักกันที่ชั้น 3 ซึ่งมีแต่ห้องสุขาชาย เราต้องขึ้นไปใช้สุขาหญิงที่ชั้น 4 ส่วนห้องอาบน้ำอยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ เฮ~ (มีลิฟท์ให้ทุกชั้นค่ะ ไม่ต้องห่วง ไม่มีการลากกระเป๋าปุเลงๆขึ้นบันไดแต่อย่างใด)